ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่า

ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่า แชมป์ยูฟ่า 2019 แชมป์ยูฟ่าครั้งล่าสุดของหงส์แดงลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่า แชมป์ยูฟ่า 2019 กว่าจะเป็นยูฟ่าสมัยที่ 6ของลิเวอร์นั้นต้องผ่านอะไรบ้างในการแข่งขัน

ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่า แชมป์ยูฟ่า 2019 มาเจอลกเส้นทาง ลิเวอร์พูล แชมป์ยูฟ่ากี่สมัย ตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขัน ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกฤดูกาล 2018-2019 ของสโมสรลิเวอร์พูล ว่าผ่านอะไรมาบ้าง และเกิดอะไรขึ้น ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ยุโรป

ในสมัยที่6 กันบ้าง ซึ่งจากการคว้าแชมป์ยูฟ่า ในปี2019นั้น ทำให้สโมสร หงส์แดงสามารถ สร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นเจ้ายุโรป ในสมัยที่6 ซึ่งเป็นสถิติ ที่ทีมจากเกาะอังกฤษ ไม่เคยทำได้ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้

พวกเขาต้อง ผ่านอะไรมาบ้าง ในแต่ละแมชต์การแข่งขัน เว็บไซต์ของเรา จะพาย้อนไปดู เส้นทางสู่แชมป์ยุโรป สมัยที่6 ของพวกเขากัน ว่ากว่าจะได้ แชมป์ในฤดูกาล2019 นั้นสโมสรนั้นต้องผ่าน อะไรมาบ้าง กว่าจะชูถ้วยรางวัลได้

โดงหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้น ผ่านเข้ามาเล่น ในถ้วยยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกด้วย การจบอันดับที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ เมื่อฤดูกาล 2017-2018 ทำให้สามารถ คว้าสิทธิ์ไปเล่นในยูฟ่าได้                  เว็บดูบอลสดฟรี

โดยสามารถผ่าน เข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม รอบ32ทีมโดยอัตโนมัติ อยู่ในกลุ่มซี ร่วมกับ เปแอสเช ปารีสแซงค์แชงแมงน์ จากประเทศฝรั่งเศส, นาโปลี ของกัลโช่เซรียอา อิตาลี และ เซอร์เวน่า ซเวซด้า สโมสรจากประเทศเซอร์เบีย

ซึ่งถือเป็นกรุ๊ปออฟเดต หรือของแข่งประจำการแข่งขัน ในซีซั่นนั้นเลยก็ว่าได้ เพราะทั้ง 3สโมสรหากไม่นับ เซอร์เวน่า ซเวซด้า ที่ไม่ค่อยคุ้นหู ทั้ง3สโมสรต่างเป็น สโมสรที่ซีซั่นก่อน ทำผลงาน ได้เป็นอย่างดี

ที่ไม่ว่าในการแข่งขันยูฟ่า หรือแม้แต่ในลีก ต่างก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดี ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่าล่าสุด รวมถึงสโมสรเปแอชเช่ ที่เรียกว่าเสริมทัพมาพร้อม และเป็นเต็งใน การเข้ารอบยูฟ่า ในทุกฤดูกาลอยู่แล้ว ซึ่งในฤดูกาลนั้น ถูกยกเป็นเต็ง4 อีกด้วย

ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่า แชมป์ยูฟ่า 2019 กับบทสรุปในการทะลุเข้ารอบ16ทีม ของลิเวอร์พูล

ซึ่งจากการได้เข้า มาแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มนั้น ลิเวอร์พูล แชมป์ยูฟ่า 2005 สโมสรลิเวอร์พูลก็ ไม่ได้ถูกยกให้เป็นเต็ง1 หากถูกยกให้เป็นเต็ง2 ที่เหล่ากูรู ต่างฟันธงว่า จะเฉือนนาโปลี เข้ารอบไปได้ บวกกับนัดแรกเจอกับทีม น้องใหม่ยูฟ่าอย่าง สโมสรเซอร์วาน่าด้วย

ซึ่งในการผ่านเข้ารอบไปเล่น ในรอบถัดไปของลิเวอร์พูล ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหงส์แดง มีผลงาน ในการเล่นเป็น ทีมเยือนสุดย่ำแย่ แพ้รวดทั้ง 3 เกม ทำให้ต้องไปลุ้น เข้ารอบในเกมสุดท้าย ที่พบกับ นาโปลี

ก่อนเป็นลิเวอร์พูล ที่เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 ซึ่งทำให้สถานการณ์ พลิกกลับมา ทำให้หงส์แดง สามารถผ่านเข้ารอบ ได้แบบหวุดหวิด ด้วยการมี 9 คะแนนเท่ากับนาโปลี แม้เฮดทูเฮดจะเท่ากันแต่

ลิเวอร์มีประตูได้เสียดีกว่า หรือเฮดทูเฮด จึงสามารถ เข้ารอบเป็นอันดับ 2 ตามแชมป์กลุ่มอย่างเปแอสเช ที่เก็บไปได้ 11 คะแนน แบบหวุดหวิด ซึ่งในการทะลุ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ด้วยการเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม ทำให้หงส์แดงต้องเจองานยาก เมื่อต้องพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจาก บุนเดสลีก้า ประเทศเยอรมัน ซึ่งในเกมนัดแรก ที่เล่นในบ้าน ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเสมอ กับบาเยิร์น ไป0-0

นั้นทำให้ไปเล่นนัดที่2 ในบ้านของบาเยิร์น นั้นเป็นเกมยาก และยิ่งบาเยิร์นที่มีดี ที่เกมรุกและ ความ เหนียวแน่น ในแดนกลาง จึงเชื่อว่าน่าจะเล่นกัน ถึงจนต่อเวลา แต่หงส์แดงกับไล่ถล่ม เจ้าบ้านถึง 3ประตูต่อ1 ทำให้ผ่านเข้ารอบ 8ทีมไปได้

ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่า

ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่า แชมป์ยูฟ่า 2019 กับการแข่งขันรอบ 8ทีม ของสโมสรลิเวอร์พูล

ซึ่งในรอบการแข่งขันรอบ 8ทีมนั้น สโมสรลิเวอร์พูลถือว่า ได้เจองานไม่ยากมากที่สุด ลิเวอร์พูลแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในการจับสลาก การแข่งขันยูฟ่า เพราะได้แข่งขันกับ สโมสรปอร์โต ที่หากเทียบชื่อชั้น กับสโมสรอื่นแล้ว น่าจะดูดีที่สุด หากได้เป็นคู่แข่ง

โดยในการแข่งขัน รอบ8ทีมสุดท้ายนั้ย ลิเวอร์พูลที่ พบกับปอร์โตนั้น ลิเวอร์พูลแข่งขัน ด้วยความมั่นใจ และในการเล่นแผนการเล่น ทุกอย่างเนื้อกว่า อย่างชัดเจน จึงทำให้เปิดรังแอนฟิวล์ หงส์แดงกุมความได้เปรียบ

ด้วยการยิงประตู ตุนเอาไว้ถึง 2-0 เหนือคู่แข่ง ก่อนที่นัดสอง จะบุกไปไล่ถล่ม ปอร์โต้ 4-1 ถึงถิ่น เอสตาดิโอ ดราเกา ทำให้ในการแข่งขัน ทั้งสองนัด ลิเวอร์พูกุมความได้เปรียบ สามารถเล่นได้เหนือกว่าปอร์โต อย่างชัดเจน          เชลซีแชมป์ยูฟ่า

สามารถกรุยทาง และผ่านเข้าสู่ รอบรองชนะเลิศด้วย สกอร์รวมเหนือสโมสรปอร์โตถึง 6-1 อย่างไรก็ตาม ด่านต่อไปที่สโมสรหงส์แดง จะได้เจอในรอบก่อนรองชนะเลิศก็คือ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่ายอดทีมแห่งลาลีก้าสเปน

ที่ถูกนับให้เป็นอีกหนึ่งทีมเต็ง ในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ลีกอีกด้วย ซึ่งบาร์เซโลน่านั้น สามารถตบ ยอดทีมจากลีกผู้ดี อย่างปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาได้แบบทั้งรังเหย้า และไปเยือน ด้วยสกอร์รวม 4-0

รอบรองชนะเลิศในการแข่งขันยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกของสโมสรลิเวอร์พู ในฤดูกาล2019

ซึ่งในรอบรองชนะเลิศในปีนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์คลาสสิก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2020 รอบ8ทีม และเป้นที่จดจำของ แฟนบอลลิเวอร์พูล รวมทั้งแฟนฟุตบอล ทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งเป็นแมตช์ การแข่งขันที่กลายเป็น หนึ่งในปาฏิหาติร์ การพลิกล็อคการแข่งขัน

ที่จะกลายเป็นที่ จดจำอย่างแน่นอน เพราะในการแข่งขันรอบรองนั้น ลิเวอร์พูลจะต้องไปพบกับบาร์เซโลน่า ซึ่งในตอนนั้นเส้นทาง การเป็นแชมป์ยุโรแ ของลิเวอร์พูลทำท่า ดูเหมือนจะยุติ เพียงแค่รอบรองชนะเลิศ

หลังบุกไปโดน สโมสรบาร์เซโลน่า อัดยับคาคัมป์ นู ถึง3-0 ทำให้โอกาส ในการผ่านเข้ารอบ ดูริบหรี่เสียเหลือเกิน ซึ่งต้องพลิกเอาชนะให้ได้ 4-0 หรืออย่างน้อย 3-0 เพื่อไปยื้อ ในช่วงต่อเวลา ซึ่งทางที่ดีคือห้ามโดนยิงเด็ดขาด

แถมเกมสำคัญอย่างนี้ยังไร้ชื่อของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ สองดาวยิงตัวเก่งของทีม แต่ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าจะ สิ้นเสียงนกหวีดยาว เมื่อจัดการเปิดแอนฟิลด์ไล่ยิงบาร์ซ่า

ไปแบบเหลือเชื่อ 4-0 โดยได้ประตูจาก ดิว็อค โอริกี้ และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ที่เหมาทำคนละสองประตู พลิกสถานการณ์ ให้ทีมผ่านเข้าสู่ รอบชิงชนะเลิศได้แบบ ไม่มีใครคาดคิด ด้วยผลสกอร์รวม 4-3

การแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศ พบกับสเปอร์และคว้าแชมป์ยูฟ่าสมัยที่6

ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศนั้น ลิเวอร์พูลจะต้องพบกับ สเปอร์สโมสรร่วมลีก แชมป์ยูฟ่า 2019-2020 ซึ่งในการแข่งขันนัดนั้น กูรูและเหล่านักวิจารญ์หลายคน ต่างฟันธงว่า อย่างไรแชมป์ ก็เป็นของลิเวอร์พูล เพราะด้วยประสพการณ์การเจอกันในลีก

และประสพการณ์ในการเล่น เกมยุโรปในนัดชิงที่สนามกลาง เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน หลังครั้งที่แล้ว ต้องอกหักแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด ไป 1-3 แต่กับหนนี้ พวกเขาเริ่มต้นด้วย ดีเพียงแค่นาทีที่ 2 ของเกมก็มาได้ประตูออกนำ

สเปอร์ส 1-0 จากการสังหารลูกจุดโทษของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่จะมาปิดเกม ได้สำเร็จในนาทีที่ 87 จากลูกยิง สุดเด็ดขาดของ ดิว็อค โอริกี้ ดาวยิงตัวสำรอง ที่ซัดด้วยซ้ายเสียบ โคนเสาเข้าไปเป็นการตอกย้ำชัยชนะ 2-0

ให้กับลิเวอร์พูล พร้อมทั้งส่งให้พวกเขา เส้นทาง แชมป์ ยู ฟ่า 2019 สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าได้ รวมทั้งสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็น สโมสรที่เคยคว้สแชมป์ สโมสรยุโรปเป็นสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ หลังต้องใช้เวลา รอคอยมายาวนานถึง 14 ปี